ในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่ามีบัตรเครดิตที่หลากหลายมากให้เราได้เลือกใช้ และสถาบันการเงินหรือบริษัทที่ออกบัตรเครดิต ก็ต่างแข่งขันกันในการทำโปรโมชันเสนอและดึงดูดให้เราสนใจและเข้าไปสมัคร บางบริษัทมีการเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษในช่วงเวลาแรกในการสมัครบัตร เพื่อดึงดูดผู้ใช้บัตรใหม่ โดยอัตราดอกเบี้ยพิเศษนี้อาจมีระยะเวลาหรืออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าปกติแค่ในช่วงแรก หรือช่วงใดช่วงหนึ่ง และหลังจากนั้นจะกลับไปมีอัตราดอกเบี้ยสูงแบบปกติ

อย่างที่เรารู้กันว่าบัตรเครดิตได้รายได้จากการเก็บดอกเบี้ยจากผู้ถือบัตร โดยเฉพาะคนที่ไม่มีวินัยทางการเงิน และใช้บัตรเครดิตเกินลิมิต มักจะต้องจ่ายเงินให้บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตเป็นจำนวนมาก วันนี้พวกเรา Lifesara จะพาทุกคนไปทำความเข้าใจและทำความรู้จักเกี่ยวกับการทำงานของธุรกิจบัตรเครดิตกัน ว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้องในธุรกิจนี้ และเขามีรายได้ส่วนใหญ่มาจากไหนบ้าง พร้อมแล้วไปดูกันเลย!

 1

บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตหรือ Credit Card Issuer

บริษัทผู้ออกบัตรเครดิตหรือ Credit Card Issuer คือ บริษัทหรือสถาบันทางการเงินที่ออกและจัดการบัตรเครดิตให้แก่ลูกค้า แต่ไม่ใช่เพียงแค่ธนาคารเท่านั้นที่ออกบัตรเครดิต ยังมีบริษัทอื่นๆ ที่เป็นผู้ออกบัตรเครดิตได้ด้วย เช่น American Express, Visa, Mastercard, Discover, และ JCB 

ธนาคารและบริษัทเหล่านี้จะมีบทบาทในการกำหนดเงื่อนไขการใช้บัตรเครดิต เสียค่าธรรมเนียม และให้บริการอื่นๆ เกี่ยวกับบัตรเครดิตตามนโยบายของแต่ละบริษัท ซึ่งจะได้รายได้จากดอกเบี้ย ค่าปรับและค่าธรรมเนียม

 2  

Network ของบัตรเครดิต

Network ของบัตรเครดิต คือระบบที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ออกบัตรเครดิต (Credit Card Issuer) และผู้รับบัตรเครดิต (Merchant) เพื่อให้เกิดการทำธุรกรรมด้วยบัตรเครดิตได้ รวมถึงการทำธุรกรรมในร้านค้าและธนาคารต่างๆ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลการชำระเงินของผู้ถือบัตรเครดิตได้ 

ระบบเครดิตการ์ดส่วนใหญ่จะเชื่อมต่อกับหน่วยประมวลผลการทำธุรกรรม (Payment Processor) ซึ่งเป็นส่วนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของการทำธุรกรรม และทำการโอนเงินระหว่างบัญชีให้กับผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้บัตรเครดิตและผู้รับบริการ

 3  

วิธีการหารายได้ของบริษัทบัตรเครดิต

1. ค่าธรรมเนียมการออกบัตร
ในขั้นตอนแรกของการออกบัตรเครดิต บริษัทบัตรเครดิตจะสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการออกบัตรใหม่หรือค่าธรรมเนียมการต่ออายุบัตรจากลูกค้าได้ ซึ่งเป็นรายได้สำคัญในช่วงต้นการใช้บัตรเครดิต

2. ค่าธรรมเนียมรายปี
บริษัทบัตรเครดิตอาจมีค่าธรรมเนียมสมาชิกที่เรียกเก็บจากผู้ถือบัตรทุกปี ซึ่งค่าธรรมเนียมรายปีเป็นหนึ่งในแหล่งรายได้สำคัญของบริษัทบัตรเครดิต การเก็บค่าธรรมเนียมรายปีสามารถช่วยให้บริษัทบัตรเครดิตมีรายได้มากขึ้นได้

3. ดอกเบี้ย
เมื่อผู้ใช้บัตรไม่ชำระเงินในระยะเวลาที่กำหนด บริษัทบัตรเครดิตจะมีการเรียกเก็บดอกเบี้ยจากยอดค้างชำระ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัท อีกทั้งบางบริษัทบัตรเครดิตอาจมีโปรโมชั่นสำหรับการผ่อนชำระเงิน เมื่อผู้ใช้บัตรเลือกผ่อนชำระสินค้าหรือบริการที่ซื้อด้วยบัตรเครดิต บริษัทบัตรเครดิตจะเรียกเก็บดอกเบี้ยจากการผ่อนชำระเป็นส่วนหนึ่งของยอดชำระเงินที่เหลืออยู่

4. ค่าโฆษณา
บริษัทบัตรเครดิตมักจะมีค่าโฆษณาที่ได้รับจากพันธมิตรธุรกิจหรือร้านค้า ที่ร่วมมือกับบริษัทในการจัดโปรโมชั่นต่างๆ โดยบริษัทบัตรเครดิตจะแสดงโลโก้หรือแบรนด์พาร์ตเนอร์ในบัตรเครดิต เพื่อส่งเสริมการโฆษณาและเพิ่มความรู้จักให้กับพันธมิตรธุรกิจ บัตรเครดิตก็คิดค่าโฆษณานะ

5. ค่าอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อใช้ต่างประเทศ
ก่อนที่เราจะใช้บัตรเครดิตในต่างประเทศ เราควรตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนประจำวันกับธนาคารด้วยนะ เพราะในการใช้บัตรเครดิตที่ต่างประเทศบางบัตรอาจมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่เรียกเก็บจากผู้ถือบัตรสำหรับการทำธุรกรรมในต่างประเทศ ค่าธรรมเนียมนี้อาจมีอัตราที่คงที่หรือเป็นร้อยละของจำนวนเงินที่เราใช้ในการทำธุรกรรมก็ได้