ช่วงนี้ออกไปที่ไหนไม่กล้าถอดแมสเลย เพราะเชื้อโรคในอากาศมันเยอะเหลือเกิน !! ไหนจะฝุ่นละออง PM 2.5 ไหนจะเชื้อไวรัส Covid-19 อีก ที่เดียวที่จะถอดแมสได้อย่างสบายใจ ก็คือที่บ้านเราเองเท่านั้น ! แต่เราจะมั่นใจได้แค่ไหน? ว่าอากาศในบ้านของเรามันไม่มีฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคจริงๆ !!!

เครื่องฟอกอากาศ จึงเป็นอีกตัวช่วยสำคัญที่จะทำให้อากาศในบ้านของเราสะอาด ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และเราจะได้กล้าถอดแมสอย่างมั่นใจ หายใจเข้าเต็มปอดแบบหมดกังวล ! เป็นไอเทมที่สมควรมีติดบ้านจริงๆ แล้วเครื่องฟอกอากาศยี่ห้อไหนที่จะมีประสิทธิภาพดี คุ้มค่ากับราคาที่เราต้องจ่ายไป ? วันนี้พวกเรา Lifesara เลยได้รวบรวม 15 เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีที่จะช่วยกรองฝุ่นและเชื้อโรค ฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ คุ้มค่าราคา ฉบับปี 2022 มาให้ทุกคนแล้ว จะมียี่ห้อไหนบ้าง ไปดูกัน !!!

  1

SHARP รุ่น FP-J30TA

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ขนาดกะทัดรัด น้ำหนักตัวเครื่อง 4 กก.
  • สามารถทำลายเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้
  • กรองฝุ่นละอองขนาดเล็กตั้งแต่ PM 2.5 ถึง PM 0.3
  • มีฟังก์ชันตั้งเวลา 4 หรือ 8 ชั่วโมง
  • เหมาะสำหรับห้องขนาด 23 ตารางเมตร
  • แผ่นกรองฝุ่น HEPA มีอายุการใช้งานประมาณ 2 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งาน)

เริ่มกันที่เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีตัวแรกกันเลย ! กับ SHARP รุ่น FP-J30TA เครื่องฟอกอากาศขนาดกะทัดรัด ที่มีระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ซึ่งเป็นระบบเซ็นเซอร์ที่จะตรวจจับฝุ่นละอองและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่างๆ ในห้องของเรา สามารถกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กตั้งแต่ PM 2.5 ถึง PM 0.3 !!! และล่าสุด ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่า สามารถทำลายเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ได้ด้วย !!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“รุ่นนี้ดีมาก เครื่องเบา ยกสะดวก ทำงานดีมาก คือก่อนหน้านี้เดินเข้ามาในห้อง ได้กลิ่นห้องอับ พอใช้เครื่องนี้ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีกลิ่นแล้ว”

  2  

PHILIPS รุ่น AC1215

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • มีโหมด NightSense
  • สามารถขจัดอนุภาคที่มีขนาดเล็กถึง 02 um
  • มีโหมดอัตโนมัติพิเศษช่วยขจัดฝุ่นละอองขนาดเล็ก (5)
  • แสดงคุณภาพอากาศเรียลไทม์
  • มีระบบสัมผัสกับจอแสดงผล
  • เหมาะสำหรับห้องขนาด 21-63 ตร.ม.

สำหรับเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีที่ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นฮิต ยอดขายพุ่งมากๆ ! ยี่ห้อนั้นก็คือ PHILIPS รุ่น AC1215 นั่นเอง โดยถือเป็นตัวที่เหมาะสำหรับใช้ในห้องนอนสุดๆ เพราะเขามีโหมด NightSense พิเศษ ! ที่จะฟอกอากาศให้สะอาด ได้อย่างเงียบและต่อเนื่องยิ่งขึ้นในระหว่างการนอนหลับ ไม่รบกวนเวลานอนอันมีค่าของเราแน่นอน !!

เจ้าตัวนี้ ยังมีการแสดงคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ ! โดยมีวงแหวนสีบนแผงหน้าปัด ทำให้เราสามารถดูคุณภาพอากาศได้อย่างชัดเจน ด้วยสี 4 ขั้นตอน ตั้งแต่สีฟ้า (ปริมาณสารก่อภูมิแพ้และฝุ่นละอองอยู่ในระดับดี) ไปจนถึงสีแดง (ปริมาณสารก่อภูมิแพ้และฝุ่นละอองอยู่ในระดับแย่) และที่สำคัญ มีระบบ UI ทำให้สามารถสัมผัสกับจอแสดงผลด้วยนิ้วของเราเองได้เลย !!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“สินค้าดี คู่มือเข้าใจง่าย รูปร่างสวยงาม ตกแต่งห้องได้ เคลื่อนย้ายสะดวก เสียงเงียบเลย”

  3  

Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ดีไซน์มินิมอล
  • ตรวจวัดอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กของ PM 2.5 ได้
  • เสียงเงียบ
  • มีหน้าจอการแสดงผลแบบ LED
  • ควบคุมได้ด้วยระบบเสียง ระบบสัมผัส และผ่าน Application

ต่อไปเป็นเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีที่ถูกใจสายมินิมอลแน่นอน ! สำหรับตัวนี้ Xiaomi Smart Air Purifier 4 Lite เครื่องฟอกอากาศ จาก Xiaomi ที่ตัวกรองมีประสิทธิภาพสูง ต้านเชื้อแบคทีเรียได้ถึง 99.99% พร้อมทั้งยังจัดการสารฟอร์มาลดีไฮด์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้มากถึง 120 ลบ./ชม. !!

ตัวนี้ขอบอกเลยว่าใช้งานง่ายมาก เพราะเขามีหน้าจอการแสดงผลแบบ LED แถมควบคุมได้ด้วยเสียงอัจฉริยะ ระบบสัมผัส หรือจะสั่งงานผ่าน Application ก็ได้ ถึงจะตัวใหญ่ แต่ทำงานเงียบเพียง 33.4-61 เดซิเบล เท่านั้น ! และยังมีเซนเซอร์ความแม่นยำสูง ที่ตรวจวัดอนุภาคฝุ่นละอองขนาดเล็กของ PM 2.5 ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย ปังทั้งภายนอกและภายในเลย !

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“ขนาดเล็กกะทัดรัด ใช้พื้นที่น้อย เสียงเบามาก น้ำหนักพอเหมาะ ต่อกับแอปง่ายไม่ยุ่งยาก ใช้งานสะดวก”

  4  

TEFAL AIR PURIFIER รุ่น PT3030F0

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • กรองอากาศ 3 ชั้น รวดเร็วเพียง 6 นาที
  • มีระบบเซนเซอร์ตรวจจับอากาศและไฟบอกคุณภาพอากาศขณะใช้งาน
  • Auto day/night mode
  • ตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ 1, 2, 4 และ 8 ชั่วโมง

ตามมาด้วยเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดี กับตัวนี้ ! TEFAL AIR PURIFIER รุ่น PT3030F0 เครื่องฟอกอากาศ ที่กรองอากาศถึง 3 ชั้น ! ชั้นที่ 1 Pre-filter (เส้นผมและฝุ่นหยาบ) ชั้นที่ 2 Active Carbon filter (กลิ่นบุหรี่, กลิ่นอับและ VOCs) และชั้นที่ 3 Allergy+ filter (ฝุ่นละเอียด PM 2.5, เกสรดอกไม้, ขนสัตว์เลี้ยง, ไรฝุ่น, เชื้อรา, แบคทีเรียและไวรัส) ครอบคลุมพื้นที่สูงสุด 120 ตร.ม.

เจ้าตัวนี้กรองอากาศได้รวดเร็วมาก เพียง 6 นาที เท่านั้น ! แถมมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับอากาศอัจฉริยะ พร้อมไฟบอกคุณภาพอากาศขณะใช้งานด้วย ยังไม่หมดแค่นั้น เพราะเขามีระบบ Auto day/night mode ที่ตัวเครื่องจะปรับความเร็วการกรองอากาศแบบอัตโนมัติตามคุณภาพอากาศภายในห้อง โดยจะปรับ 2-3 ระดับ ใน day mode และ 1-2 ระดับใน night mode และยังมีระบบตั้งเวลาปิดอัตโนมัติ 1, 2, 4 และ 8 ชั่วโมง ปรับได้ตามความต้องการของเราเลย !!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“มีระดับการทำงานค่อนข้างครบถ้วน​ เสียงเงียบมากในโหมดการคืนและโหมดเงียบ​”

  5  

Electrolux FA31-203B

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • กรองอากาศ 5 ขั้นตอน
  • ปรับความแรงพัดลมได้ 3 ระดับ
  • เซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง PM 1, 2.5 และ 10 กรองละเอียด 3 ไมครอน
  • มี Auto Mode และ Sleep mode
  • แสดงผลแบบ LED และใช้งานผ่านระบบสัมผัส

ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีที่สีสะดุดตามากๆ ! กับ Electrolux FA31-203BL เครื่องฟอกอากาศ สี Nordic Blue ที่ไม่เหมือนใคร จาก Electrolux มาพร้อมกับประสิทธิภาพการกรองถึง 5 ขั้นตอน !!! (Pre, Anti-bacterial HEPA, HEPA13, Activated Carbon, UV-C) แถมปรับความแรงพัดลมได้อีก 3 ระดับ

เจ้าเครื่องฟอกอากาศตัวนี้ มีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละออง PM 1, 2.5 และ 10 กรองละเอียด 0.3 ไมครอน ใช้งานได้สะดวก เพราะเขามี Auto Mode และ Sleep mode แถมยังแสดงผลแบบ LED ที่สำคัญยังใช้งานง่าย ผ่านระบบสัมผัสด้วยมือของเราเองเลย !!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“เป็นเครื่องฟอกอากาศขนาดกำลังพอดี ราคาเหมาะสม น้ำหนักเบา เสียงเงียบดี ปุ่มค่อนข้างสัมผัสยากเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าโอเคดี ทางร้านจัดส่งรวดเร็วดี”

  6  

PHILIPS Air Purifier รุ่น AC0820/20

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ขนาดเล็กกะทัดรัด
  • กำจัดอนุภาคขนาดนาโนที่เล็กกว่า 003 ไมครอน
  • ระบบหมุนวนเวียนอากาศแบบ 3 มิติ
  • มีโหมด Sleep
  • แสดงคุณภาพอากาศด้วย 4 ระดับสี แบบเรียลไทม์
  • เหมาะกับพื้นที่ห้อง 16-49 ตร.ม.

ต่อกันที่เครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีจาก PHILIPS อีกรุ่นที่ฮิตไม่แพ้กัน ! สำหรับ PHILIPS Air Purifier รุ่น AC0820/20 ที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดอนุภาคขนาดนาโนที่เล็กกว่า 0.003 ไมครอน (เล็กกว่าขนาด PM 2.5 ถึง 800 เท่า) ได้ถึง 99.5% แถมยังกรองอากาศ ด้วยระบบหมุนวนเวียนอากาศแบบ 3 มิติ ใช้เวลาฟอกอากาศในพื้นที่ 20 ตารางเมตร ไม่ถึง 16 นาที !!

เจ้าตัวนี้เหมาะอย่างยิ่ง สำหรับใช้ในห้องนอนของเรา เพราะมีเสียงเบามาก พร้อมมีโหมด Sleep ที่ไฟแสดงสถานะจะลดความสว่างลง และเครื่องฟอกอากาศจะทำงานอย่างเงียบพิเศษ ทำให้เราพักผ่อนได้อย่างเต็มที่ !

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“ใช้งานง่ายโหมดเงียบคือเงียบมากจนลืมเปิดทิ้งไว้ มีน้ำหนักเบามาก”

  7  

SHARP รุ่น FP-F30TA-A

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ดีไซน์โค้งมน เหมาะสำหรับเด็กเล็ก
  • มีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละอองและกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • มีระบบพลาสม่าคลัสเตอร์ ดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กได้ดี
  • มีแผ่นกรอง HEPA
  • การทำงานของพัดลม : 3 ระดับ
  • เหมาะสำหรับพื้นที่ 21 ตารางเมตร
  • สินค้ารับประกัน 1 ปี

อีกหนึ่งรุ่นเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีที่ยอดฮิตสุดๆ จาก SHARP ! นั่นก็คือเครื่องฟอกอากาศ SHARP รุ่น FP-F30TA-A ที่มีดีไซน์โค้งมน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็ก พร้อมทั้งมีเซ็นเซอร์ตรวจจับฝุ่นละอองและกลิ่นไม่พึงประสงค์ ทำให้อากาศในบ้านของเราสะอาดยิ่งขึ้น ! ด้วยระบบพลาสม่าคลัสเตอร์แบบเข้มข้น รวมทั้งแผ่นกรอง HEPA ประสิทธิภาพสูง ที่อยู่ในเจ้าตัวนี้ ทำให้สามารถดักจับฝุ่นละอองในอากาศที่มีขนาดเล็ก 0.3 ไมครอนได้ถึง 99.97% เลยทีเดียววว !!!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“เครื่องฟอกอากาศยี่ห้อนี้ใช้ดีมาก แต่ค่อนข้างแพง ต้องรอจังหวะที่มีโปรโมชันลดราคาน่าซื้อ ใช้ดีมาก ฟอกอากาศ​ได้​ดีมาก ​แนะนำให้ซื้อใช้ เพราะ​เขาต้นตำรับ​พลาสม่าคลัสเตอร์ ​ฆ่าเชื้อไวรัสได้ดีมาก อากาศบริสุทธิ์ ​เหมาะกับคนแพ้ฝุ่น”

  8  

Airdog Air Purifier รุ่น Airdog X3

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ไม่ต้องใช้ไส้กรอง
  • กรองฝุ่นได้เล็กถึง 0146 µm
  • ปุ่มนิรภัยป้องกันเด็กเล็กเปิดเครื่องเอง
  • สะดวก ประหยัดในระยะยาว
  • หน้าจอแสดงคุณภาพอากาศ AQI
  • ใช้แอปพลิเคชั่นควบคุมการทำงาน

ตัวนี้จัดว่าเด็ด ! เพราะเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ไม่ต้องใช้ไส้กรอง !!!  อย่าง Airdog Air Purifier รุ่น Airdog X3 เจ้าตัวนี้ มี TPA Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมระดับโลก ทำให้กรองอากาศให้บริสุทธิ์และฆ่าเชื้อโรคให้ตายได้โดยไม่ต้องใช้ไส้กรองเลย !

ถึงจะไม่ใส่ไส้กรอง แต่สามารถกรองฝุ่นได้เล็กถึง 0.0146 µm ! ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่อย่างเรามากๆ ทั้งสะดวก ทั้งประหยัด เพียงแค่ถอดล้าง ก็ใช้ซ้ำได้ตลอดการใช้งาน ! ซึ่งไม่เหมือนกับเครื่องฟอกอากาศแบบเดิมๆ ที่ใช้ไส้กรอง HEPA แล้วต้องเปลี่ยนไส้กรองทุกครึ่งปี อีกทั้งยังช่วยลดขยะให้โลกของเราด้วย ถือเป็นเครื่องฟอกอากาศ ยี่ห้อไหนดีที่รักโลกสุดๆ ไปเลยย!!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“พึ่งลองสั่งมาใช้งานครั้งแรกครับ ชอบตรง TPA ไส้กรองแบบไม่ต้องเปลี่ยน แต่เอามาทำความสะอาด พัดลมปรับได้ 4 ระดับ”

  9  

Bwell รุ่น CF-8000

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • เล็กกะทัดรัด พกพาง่าย น้ำหนักเบา 2 กิโลกรัม
  • มีระบบฟอกอากาศ 5 ขั้นตอน
  • ปรับความเร็วลมได้ 3 ระดับ low/medium/high
  • สามารถตั้งเวลาปิดได้ตั้งแต่ 2 ถึง 8 ชั่วโมง
  • ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส (Touch Panel)
  • รับประกันมอเตอร์ 5 ปี

มาถึงเครื่องฟอกอากาศที่น้ำหนักเบา เล็กกะทัดรัดอีกตัว ! กับ Bwell รุ่น CF-8000 เครื่องฟอกอากาศที่ออกแบบมาให้ใช้ได้ ทั้งในบ้านและในรถยนต์ สามารถพกพาไปด้วยได้ทุกที่ มาพร้อมกับสายต่อ USB อีกด้วย !!

เจ้าตัวนี้ มีระบบฟอกอากาศถึง 5 ขั้นตอน ! ฟอกอากาศครบวงจรตั้งแต่กรองฝุ่น ดูดกลิ่น ไปจนถึงฆ่าเชื้อโรค มีแผ่น Prefilter ช่วยกรองฝุ่นละอองขนาดใหญ่ และยังมีแผ่นกรอง HEPA ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็ก สารก่อภูมิแพ้ ละอองเกสร รวมไปถึงขนสัตว์ ที่สำคัญคือ ใช้งานง่ายๆ ด้วยการควบคุมระบบแบบสัมผัส !!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“เป็นเครื่องฟอกอากาศขนาดกะทัดรัดดีค่ะ เหมาะกับการใช้ส่วนตัวหรือในรถนะคะ ใส่แผ่นกรองง่ายมีคำอธิบายชัดเจน น้ำหนักเครื่องไม่หนักค่ะ ใช้ดี เครื่องดูดี ดีไซน์ทันสมัยค่ะ ทางร้านจัดส่งรวดเร็ว โดยภาพรวมแล้วพึงพอใจมากในผลิตภัณฑ์และการบริการของทางร้านมากค่า”

  10  

MITSUTA รุ่น MAP450

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ฟอกอากาศ 6 ขั้นตอน
  • แผ่นฟอก All-in-one ที่ฟอกได้ทั้งฝุ่น กลิ่น และสารเคมี
  • ปรับความแรงลมได้ 3 ระดับ
  • มีโหมด SLEEP ไม่รบกวนยามพักผ่อน
  • ตั้งเวลาเปิด/ปิด อัตโนมัติ

มาต่อกันที่ MITSUTA รุ่น MAP450 เครื่องฟอกอากาศ 6 ขั้นตอน !!! ที่ประกอบไปด้วย

1) Pre-Filter : กรองฝุ่นละอองขนาดใหญ่ เช่น เส้นผม ขนสัตว์
2) HEPA Filter : กรองฝุ่นละอองขนาดเล็ก เช่น ไรฝุ่น ละอองเกสรดอกไม้ รังแค
3) Activated Carbon Filter : ดูดซับสารเคมี และกลิ่นไม่พึงประสงค์ เช่น ควันบุหรี่ กลิ่นอาหาร

4) Zeolite Filter : ช่วยดูดซับสารเคมีและสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ที่มีอยู่ในแก๊สหุงต้ม
5) Cold Catalyst Filter : มีคุณสมบัติช่วยดูดซับฟอลมาลดิไฮด์ แอมโมเนีย และก๊าซอันตรายอื่น ๆ
6) Ionizer : ช่วยดักจับฝุ่นละอองขนาดเล็กและแบคทีเรียในอากาศ ทำให้อากาศภายในห้องบริสุทธิ์

เรียกว่าทำความสะอาดอากาศกันแบบจัดเต็ม สูดหายใจเต็มปอดได้อย่างมั่นใจแน่นอน !!!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“ได้รับสินค้าสภาพสมบูรณ์มากเหมือนเดินทางไปซื้อเองเลย แพ็คมาแน่นหนามาก ลองใช้ดูแล้วประมาณ 3 ชม. คือดีงาม ชอบมากๆ อากาศบริสุทธิ์เหมือนอยู่เขาใหญ่ ราคาก็น่าคบหา เยี่ยมมากๆ เลย สำหรับการใช้ระยะยาวต้องดูอีกที ขนส่งบริการดีสุภาพ”

  11  

Smart Air รุ่น The Sqair

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ดีไซน์น่ารัก มินิมอล
  • ใช้ตกแต่งห้องได้
  • ฟอกอากาศในพื้นที่ 43 ตารางเมตรได้ภายใน 20 นาที
  • อายุการใช้งานแผ่นกรอง HEPA : 6-12 เดือน
  • รับประกัน : 1 ปี

เรื่องความน่ารัก คงหนีไม่พ้นเจ้าตัวนี้ ! อย่าง Smart Air รุ่น The Sqair เหมาะสุดๆ สำหรับบ้านที่แต่งสไตล์ญี่ปุ่น หรือคาเฟ่แนวเกาหลี เพราะดีไซน์ที่สวยสะดุดตา จนแทบจะไม่ใช่เครื่องฟอกอากาศแล้ว แทบจะเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นหนึ่งไปแล้ววว !!! และเห็นรูปลักษณ์แบบนี้ แต่เรื่องกรองอากาศเขาก็ปังไม่แพ้ดีไซน์เลย ! เพราะสามารถฟอกอากาศในพื้นที่ 43 ตารางเมตรได้ภายใน 20 นาที แถมระดับเสียงแค่ 23-54 เดซิเบล เท่านั้น ! สายแต่งบ้านจะพลาดได้ไง !!!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“ก่อนอื่นคือมองหาเครื่องกรองอากาศที่ดีไซน์ก่อนเลย ไม่อยากให้มันใหญ่รกห้อง สะดุดตากับตัวนี้ ก็ลองอ่านรีวิวมาเรื่อยๆ ก็ถือว่าดีนะ กับราคานี้ ได้มาในราคา 2,900 นิดๆ ช่วงโปร 3.3 ดีงามมาก จัดส่งไว เครื่องใช้ง่าย น่ารัก เข้ากับห้องได้ดีเลย ชอบค่ะ”

  12  

Philips Air Purifier รุ่น AC2958/23

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • กรองอนุภาค 003 ไมครอน เล็กกว่าฝุ่น PM2.5 ถึง 800 เท่า
  • ฟอกอากาศสะอาดใน 9 นาที
  • แสดงสภาพอากาศเป็นสีและตัวเลขแบบเรียลไทม์
  • ควบคุมสั่งการผ่านทาง application
  • Smart Filter แผ่นกรอง 3 ชั้น
  • Auto-ambient lighting เปลี่ยนระดับความสว่างของเครื่องตามสภาวะแวดล้อม

ตามกันมาที่เครื่องฟอกอากาศ จาก Philips อีกตัว !! สำหรับ Air Purifier รุ่น AC2958/23 ที่สามารถกรองอนุภาค 0.003 ไมครอน เล็กกว่าฝุ่น PM 2.5 ถึง 800 เท่า และกรองได้เล็กกว่าขนาดของไวรัส แถมฟอกอากาศให้สะอาดได้ไวมาก ใช้เวลาแค่ 9 นาทีเท่านั้น !! (ทดสอบในห้องขนาด 20 ตร.ม.)

เจ้าตัวนี้ยังสามารถแสดงสภาพอากาศ ฝุ่น PM 2.5 เป็นสีและตัวเลขได้แบบเรียลไทม์ ด้วยเซ็นเซอร์ที่สแกนสภาพอากาศถึง 1,000 ครั้ง/วินาที !! แถมยังมี WIFI connected ติดตามสภาพอากาศในบ้านและควบคุมสั่งการผ่านทาง Application ได้อีกด้วย และที่สำคัญ มีระบบ Auto-ambient lighting ที่จะเปลี่ยนระดับความสว่างของเครื่องตามสภาวะแวดล้อม ปังไม่แพ้รุ่นอื่นๆ เลยจริงๆ !

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“เครื่องเงียบดี ไม่ถึงกับเงียบสุดๆ แต่ถ้าเปิดโหมด sleep คือเงียบมากๆ แทบไม่รู้สึกว่าเปิดเครื่อง เวลาทำงานเครื่องแกว่งด้านบนเล็กน้อยเพราะแรงเหวี่ยงมอเตอร์ ต่อกับแอปง่าย”

  13  

Smart Air รุ่น QT3

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ขนาดเล็กกะทัดรัด มีหูจับ พกพาสะดวก
  • ดีไซน์สวยสะดุดตา
  • เป็นทั้งเครื่องฟอกอากาศและพัดลมพกพา
  • เสียงเบา
  • รับประกัน 1 ปี

สายเดินทางมารวมกันตรงนี้ ! เครื่องฟอกอากาศจาก Smart Air รุ่น QT3 เขาตอบโจทย์มากๆ เพราะนอกจากจะมีขนาดกะทัดรัด มีหูจับสำหรับพกพาแล้ว ยังถูกดีไซน์ให้เป็นพัดลมแบบพกพาอีกด้วย ! ทำให้เราได้รับอากาศที่ทั้งสะอาดและเย็นสบายได้ในทุกที่ เจ้าตัวนี้คือตัวเลือกที่ดี สำหรับคนที่ชอบนั่งร้านกาแฟ co-working space หรือร้านอาหาร เพราะมีขนาดเล็ก วางบนโต๊ะได้ แถมมีพลังมากพอที่จะกรองอากาศได้ไกลถึง 1.2 เมตร !! เอาไปเป็นพร็อพถ่ายรูปชิคๆ นี่คือปังไม่ไหว !

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

ซื้อเป็นอันที่ 2 แล้วค่า เลิฟมาก ชอบสุดๆ  จัดส่งรวดเร็ว คุณภาพสินค้าดี ใช้งานง่าย ดีไซน์น่ารักดีด้วย ชอบตรงที่พกพาได้”

  14  

Bwell รุ่น CF-8428

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • มีระบบ Auto ตรวจจับมลพิษและปรับการทำงานอัตโนมัติ
  • เหมาะกับห้องขนาด 20-40 ตารางเมตร
  • ปรับความแรงลมได้ 4 ระดับ low/medium/high/turbo
  • สามารถตั้งเวลาปิดได้ตั้งแต่ 1 ถึง 9 ชั่วโมง
  • Touch Panel ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัส
  • มีระบบ Sleep Mode ปิดไฟการทำงานเวลานอน

เครื่องฟอกอากาศที่เน้นความอ่อนโยน ต้องตัวนี้ ! Bwell รุ่น CF-8428 เพราะเขาออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับทารก เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ เนื่องจากเป็นเครื่องฟอกอากาศที่ไม่มีอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดฝุ่นดำและโอโซน ซึ่งส่งผลให้เกิดการระคายเคืองต่อปอด !!!

ตัวนี้เขาฟอกอากาศถึง 7 ขั้นตอน ! มีแผ่น Prefilter กรองฝุ่นขนาดใหญ่ แถมยังมีแผ่นกรอง HEPA ชนิด H-13 ช่วยกรองฝุ่นขนาดเล็ก สารก่อภูมิแพ้ ละอองเกสร ขนสัตว์ ที่สำคัญเขายังมีระบบฆ่าเชื้อด้วยแสง UV ด้วย ! การใช้งานเจ้าตัวนี้ก็ไม่ยาก เพราะสามารถเชื่อต่อ Wifi แล้วควบคุมการทำงานด้วยแอป และยังสามารถตั้งเวลาปิดได้ตั้งแต่ 1 ถึง 9 ชั่วโมงเลยด้วยยยยยย !!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“สินค้าแพ็คมาอย่างดีสำหรับการจัดส่ง ตัวเครื่องน้ำหนักเบาสะดวกกับการเคลื่อนย้าย เปิดเครื่องใช้งานง่าย ทำงานเสียงเบามาก ฟังก์ชันการใช้งานต่างๆชัดเจนและเข้าใจง่าย”

  15  

Airdog Air Purifier รุ่น Airdog X5

เช็คราคาและส่วนลดที่ :

จุดเด่น

  • ไม่ต้องเปลี่ยน Filter ตลอดอายุการใช้งาน
  • กรองอากาศให้บริสุทธิ์และฆ่าเชื้อโรคให้ตายได้โดยไม่ต้องใช้ไส้กรอง
  • กรองฝุ่นได้เล็กถึง 0146 µm
  • ควบคุมผ่านรีโมทหรือแอปพลิเคชัน
  • สะดวก ประหยัดในระยะยาว
  • หน้าจอแสดงคุณภาพอากาศ AQI
  • ฟิลเตอร์สามารถถอดล้างทำความสะอาดได้

ปิดท้ายกันด้วยรุ่นใหญ่ ! กับ Airdog Air Purifier รุ่น Airdog X5 ที่มีนวัตกรรมที่ขึ้นชื่อ อย่าง TPA Technology ซึ่งเป็นนวัตกรรมระดับโลก กรองอากาศให้บริสุทธิ์และฆ่าเชื้อโรคให้ตายได้โดยไม่ต้องใช้ไส้กรอง ! และความปังคือเขากรองฝุ่นได้เล็กถึง 0.0146 µm !!

เจ้าตัวนี้มีชั้นม่านประจุไฟฟ้าถึง 40,000 โวลต์ สำหรับฆ่าเชื้อโรค ! ทำให้สะดวก ปลอดภัย แถมประหยัดสุดๆ เพราะไม่ต้องเปลื่ยน Filter ตลอดอายุการใช้งาน !! เรียกว่าลงทุนครั้งเดียวครบจบ หมดกังวลไปได้ยาวๆ เลยย รุ่นใหญ่แบบนี้การใช้งานก็สะดวกสบายมากๆ เพราะมีให้ทั้งรีโมทควบคุม หรือจะเชื่อมต่อ wifi สั่งงานผ่านแอปชิวๆ ก็ย่อมได้ !!

รีวิวจากผู้ใช้งานจริง

“ซื้อเครื่องที่สองแล้วค่ะ รอบนี้เป็นรุ่นใหญ่ มีรีโมทด้วย ชอบที่ไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรองนี่ล่ะค่ะ เพราะถ้าคิดๆ ดูแล้ว ถ้าไม่ต้องเปลี่ยนไส้กรอง ใช้ยาวๆ ราคานี้คุ้มค่ามาก สินค้าถูกต้องครบถ้วน การจัดส่งรวดเร็วดีมากค่ะ”